ก็เหมือนกับโตเกียว โตเกียวไม่มีขา*
เกียวโตก็คงไม่มีขา และเมืองไหนๆมันก็ไม่มีขาทั้งนั้นแหละ

อยากเจอต้องเดินไปหามันเอง

หลังจากมาอยู่เมืองนี้ได้อาทิตย์นึง อะไรอะไรก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง
มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรคก็เตรียมไป(แต่ไม่เคยได้ใช้เลย)

เริ่มรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของซานฟรานซิสโกบ้างแล้ว

ซึ่งได้แก่
๑.downtown ใจกลางเมือง ศูนย์รวมสรรพสินค้า มีทุกสิ่งให้เลือกสรร (แต่ไม่มีเมอรรี่คิงส์)
๒.fisherman's wharf ท่าเรือ เอกลักษณของเมืองเลยแหละ
๓.haight street ย่านของคนฮิป(ปี้) จนถึงป่านนี้เขาก็ยังฮิป(ปี้)กันอยู่เลย
๔.golden gate bridge แลนด์มาร์คของเมืองเลย สะพานสีแดง แต่ทำไมชื่อมันเป็นสีทอง(วะ)
๐.ฯลฯ

แล้วเดี๋ยวจะมาบรรยายกันทีละแห่งเลยว่ามันมีอะไรกันบ้าง (หรือยามปกติอาจไม่มี แต่ผมดันไปเจอ)

see yall !

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

*โตเกียวไม่มีขาเป็นชื่อหนังสือขายดี(โคตร)ของนิ้วกลม

edit @ 29 Jul 2009 17:46:55 by neu

July 28, 2008
วันนั้นเป็นช่วงที่โรงเรียนหยุดพอดี
แล้วพอดีในวันนั้น เอริค เพื่อนชาวเวียดนามที่ดูเหมือนจะเป็นเกย์
ก็โทรมาชวนไปดูเทศกาลเกย์ (ถึงตรงนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่ามันเป็นแน่ๆ)
แล้วก็ว่างพอดี(อีกแล้ว) เลยออกไปดูซะหน่อยว่าเกย์มันเป็นยังไง

อาบน้ำทาแป้งแต่งตัวออกจากบ้าน
คุ้นๆว่านั่งรถ muni สาย k ไปลงที่ montgomany
และแล้วก็ไปถึงถนนเส้นนั้น Folsom Street ถนนที่ถูกปิดเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
หน้างานต้องซื้อบัตรเข้าไปด้วย มูลค่าห้าเหรียญ ก็ลังเลกะไม่เข้าแล้ว
(เหตุผลคือ งก และ ไม่อยากจ่ายเงินห้าเหรียญเข้าไปดูเกย์,เงินห้าเหรียญนี่กินแมคได้มื้อนึงเลยนะ)

เลยโทรหาเอริค มันออกมาจากในงานพอดี
มันบอกว่าช่วยออกสามเหรียญ(ทำไมมันอยากให้กูเข้าจังเลยวะ)
ก็เห็นถึงความคุ้มค่า สองเหรียญได้ดูเกย์ ก็เลยจ่ายตังแล้วไม่รอช้า เข้างานกันทันที

เท่าที่เห็น กว่า 95% ของคนในงานจะเป็นเกย์
พวกที่เหลือคือนักท่องเที่ยวมาหาความตื่นเต้น(กูเอง) และก็พวกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มา(นี่ก็กูอีกเหมือนกัน)

ก็นึกว่าเทศกาลเกย์มันจะมีเกย์ใส่ชุดแฟนซีมาเดินกัน
แต่ผิดคาด เกย์ที่นี่ไม่ได้ใส่ชุดแฟนซีกัน และที่ผิดคา่ดไปกว่านั้น เกย์บางคนไม่ใส่อะไรเลย..

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

ก็ต้องนับถือสปิริตของเกย์ที่นี่เลยแหละ อากาศในวันนั้นหนาวพอสมควร(ไม่น่าจะเกินสิบห้าองศาC)
แต่เขาก็ยังแก้ผ้ามาเดินกัน บางคนอายหน่อยก็ใส่เข็มขัด ใส่หมวก (แต่ไม่ใส่กางเกง!)
บางคนอายมากก็ใส่เสื้อ(แต่ก็ยังไม่ยอมใส่กางเกง) บางคนอายมากๆก็ใส่กางเกงใน(อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย)

เวลาเดินก็ต้องระวังองคชาติเหล่านั้นมันจะมาโดนตัวเรา
เข้าไปแรกๆก็กลัวๆอยู่เหมือนกัน เดินไปเดินมาเริ่มชินชา มันก็ของเหมือนๆที่เรามี

ภายในงานก็ไม่ค่อยจะมีอะไรหรอก เป็นซุ้มขายหนังโป๊เกย์มั่ง นัดเดทมั่ง
แล้วก็มีเล่นเกมอะไรสักอย่างบนเวที ให้หมุนวงล้อแล้วเกย์ที่เป็นเหยื่อจะโดนทำตามคำสั่งที่เขียนในวงล้อ

Host unlimited photos at slide.com for FREE!

แต่มันน่าสนใจตรงที่ได้มาดูวิถีชีวิตของเกย์ที่ซานฟราน มันเหมือนเป็นงานรวมญาติ
เกย์จากทุกมุมของเมืองตั้งแต่รุ่นเกย์หนุ่ม(วัยทีน)ถึงรุ่นเกย์เฒ่า(60+)
ได้หลั่งไหลมารวมกัน(โดยนัดหมาย)

จากการสังเกตเวลาเกย์พวกนี้เจอกันจะทักทายโดยการ กอด หอม จูบปาก และหยิกหัวนม
บางคู่ก็จูบกันไม่เลิกแถมเยอะซะด้วย มันเลยเป็นการมาดูเกย์กอดจูบลูบคลำกัน

ดูอยู่สักพักก็เริ่มเบื่อละ ก็เลยแยกกับเอริคออกมา เพราะเอริคยังต้องรอเพื่อนมันอยู่ในงานนั้นแหละ

ขากลับก็นั่งรถสายเดิม ที่สถานีนั้นมีเกย์เยอะเป็นพิเศษ
แต่ใส่เสื้อใส่กางเกงแล้ว เพราะถ้าไม่ใส่จะโดนตำรวจ"จับ"(จับไปเสียค่าปรับนะ ไม่ใช่จับอย่างอื่น!)

ก็เป็นอีกวันที่แปลกๆดี ถือว่าไปสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต.....

....และอีกประมาณสามเดือนให้หลังเทศกาลนี้ก็มีขึ้นอีกครั้ง
เหมือนเดิม เทศกาลนี้จัดที่ Folsom Street
คงเหมือนเดิม ที่จะมีแต่เกย์แก้ผ้าเดินกันทั้งงาน
และเหมือนเดิม เอริคก็มาชวนไปดูอีก..

แต่ไม่เหมือนเดิม เพราะคราวนี้มันชวนไม่สำเร็จ...

 Host unlimited photos at slide.com for FREE!

edit @ 26 Jul 2009 21:07:43 by neu

edit @ 26 Jul 2009 21:56:47 by neu

edit @ 26 Jul 2009 22:57:26 by neu

0.เชียร์โต้ที่ผ่านไป

posted on 11 Jul 2009 14:28 by neuspaper

 theme: around the world

นักเดินทางคนหนึ่งได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้ไปหา"สิ่งที่ดีที่สุดในโลก"มา
เพื่อใช้เป็นวิทยานิพนธ์ในการสำเร็จการศึกษา นักเดินทางจึงออกเดินทางไปรอบโลก

นักเดินทางออกเดินทางไปรอบโลก
(ตรงนี้น่าจะใส่เพลง พอเดินทางออกไปแล้วก็เชิญให้อักษรแสดงเลย)

เจอทวีปต่างๆ ซึ่งมีวัฒนธรรมต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทวีปที่หนึ่ง
(ออกมาทำการแสดงอะไรก็ได้ ให้ไปคิดกันเอาเอง)
หลังจากนั้นนักเดินทางก็ต้องทำการทดสอบ เพื่อแลกกับของที่ดีที่สุดในทวีปนั้นมา
(ให้นักเดินทางทำอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับของอะไรก็ได้ คิดกันเอาเอง)
หลังจากนักเดินทางได้สิ่งที่ดีที่สุดของทวีปนั้นมาแล้ว ก็กล่าวคำขอบคุณ และจากไปยังทวีปต่อไป
(นักเดินทางจากไปแล้ว แต่กลุ่มคนในทวีปนั้นๆยังอยู่ ให้นำเข้าเพลงเชียร์
พอร้องเพลงเชียร์เสร็จก็เชิญให้เขาแสดงมั่ง)

ทวีปที่สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด ก็ทำเหมือนทวีปที่หนึ่ง

จนนักเดินทางกลับมาที่ประเทศตัวเองอีกครั้ง นักเดินทางนำของเหล่านั้นให้อาจารย์ดู
อาจารย์บอกว่า ของที่เจ้านำมาด้วยนั้น ไม่มีค่าเลยสักอย่าง
แต่จากการเดินทางอันยาวนาน เจ้าได้สิ่งนั้นมาแล้ว สิ่งนั้นมันอยู่ในตัวเจ้าเอง ลองคิดดูดีๆ...

(จบแล้ว ทีนี้รอให้คณะเขาบูมเสร็จก่อน)

นักเดินทางเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ดีที่สุดในโลกนั้นคืออะไร
นักเดินทางชูนิ้วชี้ขึ้นมา มือสั่นระรัว พร้อมกับเปล่งเสียงนั้นออกมา
(แล้วก็นำเอ้ **พี่โจ๊กบอกว่าเอ้แบบโยนกันไปโยนกันมา ไม่ควรใช้
เพราะเค้าบูมให้เราอย่างจริงจัง เราก็ควรบูมให้เค้าอย่างจริงจัง
ดังนั้นเราจะยังเอ้แบบธรรมดากันไปก่อน)

จบจริงๆ..

edit @ 24 Jul 2009 22:10:20 by neu

4.ห้องเชียร์

posted on 10 Jul 2009 23:39 by neuspaper

ห้องเชียร์คือ ห้องที่เอาไว้ร้องเพลงเชียร์กัน
ทั้งเพลงของคณะ และเพลงของมหาลัย

โดยมีพี่ว้ากคู่หูยืนกดดันพวกเรากันอยู่สองคน
บรรยากาศในห้องเชียร์จึงค่อนข้างเครียด
ร้องเพลงยังไงก็ดูเหมือนเสียงจะไม่ดังเท่าพี่ที่มาล้อม
อาจเป็นเพราะว่าตำแหน่งที่พี่เขายืนมันเปล่งเสียงเข้าจุดศูยน์กลางด้วยระยะทางที่เท่าๆกันหรือเปล่า
จึงทำให้เสียงมันดัง

รูปแบบของห้องเชียร์มีดังนี้
1.น้องใหม่เดินเข้าห้องเชียร์ ตอนท้ายๆจะมีเร่งว่าให้เดินไวๆ
2.ว้ากเรื่องเก่า ถามหาคนที่ไม่มา แล้วก็ด่าคนที่ไม่มาให้คนที่อยู่ในห้องฟัง(ทำไม?)
3.ถามว่าใครไม่ได้เอาซองเชียร์มา แล้วก็ให้ร้องเพลง
4.บอกว่ายังมีคนไม่เต็มที่
5.ว้ากว่าอย่าให้มันเป็นแบบวันนี้อีก

วลีเด็ดของพี่ว้าก
-สำรวมด้วย
-ยุกยิกอะไร
-ใครเก๋ายกมือเลย
-ไฮเปอร์มากใช่ป่ะ
-ใครเพื่อนข้างๆไม่มายกมือ เพื่อนไปไหน เอามือลง
-ใครยังร้องเพลงไม่ได้ยกมือ
-ยังมีคนไม่เต็มที่
-มึงต้องรอให้เพื่อนมึงล้มลงไปอีกกี่คน
-พี่ๆที่ล้อมพวกคุณเค้าก็ร้อนเหมือนกัน
-ผมไม่เห็นเพื่อนผมเค้าก็เห็น
-เชิญพี่ครับ

แต่ห้องเชียร์เครียดๆก็ได้จบลงไปแล้ว
คิดถึงจัง..

3.วันปูโต๊ะ

posted on 10 Jul 2009 23:23 by neuspaper

ในวันปูโต๊ะเราจะได้รู้กัน ว่าพี่และเพื่อนๆรหัสของเราคือใคร

CommDe02 ต้องมีพี่รหัสคนเดียวกันกับ ID02 เพราะว่าเพิ่งมีเป็นปีแรก แต่ก็ดีแล้ว คนเยอะๆสนุกดี
แต่การจะหาพี่รหัสมันไม่ได้เดินไปหาแล้วจะเห็นเลย มันต้องทำกิจกรรมบางอย่าง

คือการขี่หลังเพื่อนอีกคนแล้วตะโกนว่า"กูหล่อเว้ย"วิ่งไปรอบๆคอร์ทบอล
จนกว่าพี่จะพอใจแล้วเดินเข้าไปหา ...ไม่เห็นจะยาก

หลังจากรู้จักกับพี่รหัสแล้วก็เดินขึ้นไปปูโต๊ะกัน แต่คอมดีไม่ได้ปูด้วย
ได้แต่ช่วยเขานั่งถูโต๊ะ แล้วเราก็ไปกินข้าวต่อกัน

ระหว่างกินข้าวก็คุยกันเฮฮาสนุกดี แม้ว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรก
แต่ก็ทำตัวสนิทสนมกันได้แนบเนียนดี

สายรหัส ID02 เจ๋งจริงๆ