posted on 10 Jul 2009 16:40 by neuspaper
ณ แรกพบ ก็คือ at frist sight
เราแต่งกายด้วยชุดพิธีการ มาที่คณะตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
อยู่กลุ่มอะไรไม่รู้ รู้แค่ว่าพี่กลุ่มของกลุ่มถัดไปคือพี่แต้ว แล้วในกลุ่มพี่แต้วมีจินนี่ ภาวะโลกเลิฟอยู่ด้วย
หลังจากทำใจได้ว่าไม่ได้อยู่กลุ่มนั้นจริงๆ พี่กลุ่มของเราก็พาขึ้นบันได
ไปเข้าฐานต่างๆของหลายชมรม ซึ่งได้แก่
1.ชมรมละคร
2.ชมรมเชียร์
3.ชมรมการดำรงชีพในป่า
4.ชมรมอะไรไม่รู้ของอินด้า
5.ชมรมค่ายอาสาพัฒนา
ชมรมพวกนี้โนคอมเม้นไปก็แล้วกัน เพราะว่าไม่สนุก อาจจะเป็นเพราะง่วงด้วย
หลังจากชมรมค่ายอาสา ก็พักกินข้าว แล้วนอนยาวๆ
เสร็จแล้วลงไปข้างล่าง เดินไปให้พี่เขาอบรมเกี่ยวกับเรื่องการประกาศตน
ชื่อภาคของคอมดียาวมาก ยาวจนจำไม่ได้แล้ว(จริงๆ)
แล้วเราก็ไปประกาศตนกัน โดนไปหลายรอบอยู่ เพราะประกาศชื่อภาคตัวเองไม่ถูกสักที
หลังจากนั้นก็ไปเข้ากลุ่มเขียนความตั้งใจใส่ขวดแก้วแล้วเอาไปวางข้างหน้าอาจารย์นารถ
แล้วหลังจากนั้นอีก ก็ผูกตาแล้วจับมือกัน เดินขึ้นไปมองหัวเม็ด แล้วพี่ๆก็ทำซึ้ง มาผูกข้อมือให้
หลังจากนั้นก็พักยาวเลย และช่วงพักยาวนี้เอง
ทำให้เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆหลายคน
และตอนที่ยืนคุยอยู่กับ เพื่อนคนนึง พลุจากที่ไหนก็ไม่รู้ถูกจุดขึ้น เหมือนบรรยากาศเป็นใจ
จุดที่เรายืนอยู่ เห็นพลุได้ชัดเจนเหมือนตั้งใจมาดูพลุกันเลยทีเดียว
เค้าบอกว่ามันโรแมนติกดี
ผมก็ว่ามันโรแมนติกดี..
at first sight ก็คือ ณ แรกพบ
posted on 10 Jul 2009 15:58 by neuspaper
ก่อนจะเชียร์โต้
เชียร์โต้คืออะไร เชียร์โต้คือการเชียร์แข่งกัน
ครั้งแรกเลยเราต้องไปเชียร์โต้กับนิเทศ ธีมที่ใช้นั้นเป็นธีมชุดนอน
ธีมชุดนอนนี้ เลือกกันมาด้วยวิธีประชาธิปไตย โดยการโหวต
แสดงให้เห็นว่าวันแรกๆพวกเราขี้เกียจกันเพียงใด..
วันเชียร์โต้
..วันนั้นเป็นวันแรกๆที่คณะ ทุกคนยังไม่ค่อยรู้จักกัน
อย่างน้อยก็ผมคนนึงแหละ ที่ไม่ค่อยรู้จักกับใคร
มาถึงก็เที่ยงๆบ่ายๆพลอยกับบอยที่เป็นเฮดก็ให้ทุกคนไปซ้อมกันที่คอร์ทบอล
ซ้อมร้องเพลง ซ้อมเต้น ไอ้จิ๋มกับไอ้กรีนก็โดดเด่นกันมาด้วยชุดนอนแมนๆ
เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์ แล้วเอาอะไรยัดเข้าไปในกางเกงอีกก็ไม่รู้ให้มันดูตุงๆ
..แต่ชุดที่ผมเตรียมมามันเจ๋งกว่านั้น
ก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่าจะใส่ชุดนั้นดีมั้ย เพราะยังไม่ค่อยรู้จักใคร ยังเขินอายอยู่บ้าง
แต่สุดท้ายก็ใส่ เพราะถ้าใส่ชุดนอนธรรมดามันไม่สนุกแน่ๆ
ชุดนั้นคือชุดนอนแม่ พอสวมแล้วอายมาก ไม่กล้าลุกไปไหนประมาณสองนาที
หลังจากนั้นก็เดินทั่วคณะ ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ก็ช่างมัน กูใส่แล้ว กูไม่ถอดแล้ว
เราเริ่มเชียร์กันแล้ว นิเทศ สวยๆกันมาด้วยธีมลูกทุ่ง สาวๆเขาสวยสมคำร่ำลือ
โดยเฉพาะน้องคาวบอย ไม่รู้ว่าน่ารักมากขนาดไหน ลืมหน้าไปแล้ว แต่เขาบอกๆกันมา ก็เชื่อ
ชุดนอนแม่ที่ใส่นี้เด่นพอสมควร เอะอะอะไรก็ให้กูลุกไปเต้นตลอด
ไม่เว้นแม้แต่การเล่นเกม วิ่งเปี้ยว(วิ่งเปี้ยวแปลว่าอะไรไม่รู้) ก็ยังต้องออกไปเล่น
ถอดรองเท้าวิ่ง สี่ห้ารอบ แล้วโดนสาว(ไม่แท้)ของนิเทศจับตัวเอาไว้ จึงพ่ายแพ้
เพราะว่าถอดรองเท้าวิ่ง และแรงเสียดทานระหว่างพื้นปูนและเท้าเปล่า
มีมากพอ ที่จะทำให้หนังเท้าเปิด และเกิดเลือดไหล เจ็บแสบน่ากลัวมาก
แล้วฝนก็ตก แต่เชียร์โต้ยังมีต่อ
เราย้ายกันเข้าไปที่ถ้ำเสือ ผลัดกันแจว(แจวคือเต้น)
พอให้น้องคาวบอยขึ้นมาแจว ก็เดินมาคว้าแขนผมขึ้นไปเต้นด้วยเลย
(เหตุการณ์นี้ทำให้หนุ่มๆอิจฉากันเยอะพอสมควร)
ไม่รู้น้องคาวบอยเขาคิดอะไรรึเปล่า แต่ผมคิด..
หลังจากทุกอย่างเสร็จแล้ว หลายคนก็รู้จักกันมากขึ้น
หลายคนรู้จักกูมากขึ้น
ที่สำคัญ..หลายคนคิดว่ากูเป็นตุ๊ด
ps.ลืมหน้าน้องคาวบอยไปแล้ว แต่เขาว่ากันว่าสวย ก็เชื่อ
posted on 10 Jul 2009 15:30 by neuspaper
until today,it has been around 2 months
since i turned to a student of faculty of architecture chulalongkorn university.
until today,i've been through many activities.
there is too much memories to remember.
im writing them on the blog then.
posted on 09 Jul 2009 15:28 by neuspaper
เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย
ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก